ทุกเรื่องเกี่่ยวกับผู้หญิง faccebook

แนวทางการศัลยกรรมเสริมหน้าผากในรูปแบบต่างๆ


โพสต์เมื่อ: 11 ก.ย 2561 เวลา 16:51:06 น. อ่าน: 25 ครั้ง


          หลากหลายคนเชื่อว่าหากมีหน้าผากที่โหนกนูนจะทำให้รวยมีทรัพย์สินเงินทองไหลมาเทมา และหลายๆคนก็ทำเพราะเรื่องความสวยความงามอย่างเช่น บางคนมีลักษณะหน้าผากแคบจึงไปทำการศัลยกรรมให้มีหน้าผากกว้างและสวยขึ้นเพื่อรับกับรูปทรงจมูกหรือความยาวใบหน้าต่างๆให้ดูเข้ากันมากยิ่งขึ้น สาวๆคงเคยดูรายการศัลยกรรมของทางประเทศเกาหลีกันบ้างแล้วสินะคะ จะเห็นได้ว่าประเทศเกาหลีนั้นนิยมศัลยกรรมให้หน้าผากดูสวยโหนกนูนรับกับรูปหน้าส่วนอื่นๆ เพราะจะทำให้หน้าดูเด็กลงและรูปหน้าดูสวยน่ารัก จึงเป็นกระแสอีกทางที่ทำให้สาวไทยเรานิยมไปทำศัลยกรรมตามกันอย่างแพร่หลาย เราจึงได้นำวิธีการเสริมหน้าผากแบบต่างๆและข้อดีข้อเสียของการศัลยกรรมเสริมหน้าผากมาแบ่งปันกันค่ะ
 
วิธีการศัลยกรรมเสริมหน้าผากมีหลากหลายรูปแบบดังนี้

1.การศัลยกรรมเสริมหน้าผากด้วยการฉีดไขมัน ซึ่งวิธีนี้ถือว่าเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดแล้วค่ะ เพราะวิธีนี้ใช้เวลาน้อยแล้วก็ไม่ต้องเตรียมตัวมากก่อนจะทำศัลยกรรม และใช้เวลาในการฟื้นตัวไม่นานมาก การฉีดหน้าผากด้วยไขมันจะเหมาะกับคนที่ไม่ได้มีส่วนเว้าของหน้าผากมากนัก วิธีการทำจะเริ่มที่การดูดไขมันจากส่วนอื่นๆภายในร่างกาย แล้วหลังจากนั้นนำมาฉีดเข้าที่บริเวณหน้าผากของเรา ข้อดีของการใช้ไขมันภายในร่างกายของตัวเองคือจะไม่มีอาการแพ้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน แต่ว่าจะข้อที่ควรจะระวังเล็กน้อยคือ หน้าผากของเรามีโอกาสที่จะเกิดเป็นลอนคลื่นได้หากไขมันของเรานั้นมีการจัดเรียงและสลายตัวที่ไม่เท่ากัน จึงทำให้ต้องแก้ไขด้วยการฉีดไขมันซ้ำเข้าไปอีกรอบเพื่อปรับให้หน้าผากเรียบเนียนสวย หลังจากทำการฉีดแล้วก็อาจจะมีอาการบวมเกิดขึ้นบ้างเล็กน้อย

2.การศัลยกรรมเสริมหน้าผากด้วยการฉีดฟิลเลอร์  การฉีดฟิลเลอร์ไม่ใช่แค่การลดเลือนริ้วรอยเท่านั้น ซึ่งฟิลเลอร์จะเป็นสารประเภทที่มีความคล้ายคลึงกับคอลลาเจน ซึ่งเรียกว่า HA นั้นมันมีอายุการใช้งานอยู่ที่ประมาณ 1-2 ปี ข้อดีของมันคือมีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากและหากเกิดอาการบวมช้ำหลังการฉีดฟิลเลอร์นั้นจะเกิดขึ้นน้อยมาก ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องพักฟื้นเลยหลังการฉีดฟิลเลอร์เข้าหน้าผาก หลังจากฉีดเราสามารถใช้ชีวิตประจำวันตามปกติได้ทันที แต่ว่าอย่าลืมนะคะสาร HA นั้นมีอายุเพียงแค่ประมาณ 1 ปี ดังนั้นจึงต้องกลับมาเติมซ้ำเรื่อยๆเมื่อครบระยะเวลาที่กำหนดแล้ว และหากเราไปทำการฉีดกับหมอเถื่อนหรือผู้ที่ไม่ชำนาญด้านนี้มากพอก็จะทำให้เกิดลอนคลื่นได้เช่นเดียวกับการฉีดไขมันและเสี่ยงที่จะมีโอกาสเกิดหลอดเลือดอุตตันได้

3.การศัลยกรรมเสริมหน้าผากด้วยการผ่าตัดแล้วเสริมซิลิโคน การเสริมหน้าผากด้วยวิธีนี้นั้นแทบจะเป็นแนวทางพื้นฐานของการศัลยกรรมเลยทีเดียว ซึ่งก็เป็นแนวเดียวกับการเสริมคางหรือเสริมจมูก วิธีการศัลยกรรมก็เริ่มจากตรวจสอบลักษณะของหน้าผากทรงเดิม แล้วหลังจากนั้นเทียบความเป็นไปได้กับรูปทรงของหน้าผากใหม่ที่ต้องการ จากนั้นก็เริ่มทำการพิมพ์แบบของตัวซิลิโคนพลาสติก ซึ่งจะคล้ายคลึงกับการทำฟันปลอม จำเป็นจะต้องใช้วัสดุปูนปลาสเตอร์เป็นต้นแบบในการพิมพ์ตัวซิลิโคน แล้วจึงค่อยส่งให้กับฝ่ายจัดทำรับผิดชอบต่อ ส่วนใหญ่แล้วจะใช้เวลาอยู่ประมาณเกือบ 1-2 เดือนกว่าจะได้ซิลิโคนมา หลังจากที่ได้คัวซิลิโคนมาแล้วนั้นก็เป็นกระบวนการของการผ่าตัด โดยตัดตามแนวคาดผมแล้วจึงค่อยๆสอดตัวซิลิโคนเข้าไปในหน้าผาก ข้อดีของการเสริมแบบผ่าตัดคือการันตีได้ว่าหน้าผากใหม่ได้รูปทรงสวยอย่างแน่นอน แต่ก็มีข้อเสียคือจะมีรอยแผลที่ต้องดูแลต่ออีกนาน

4.การศัลยกรรมเสริมหน้าผากด้วยการผ่าตัดแล้วเสริมซีเมนต์เทียม วิธีนี้เป็นวิธีที่ไม่ค่อยเป็นที่นิยมสักเท่าไหร่ ด้วยคำว่าซีเมนต์แล้วนั้นเรามักจะเคยได้ยินเกี่ยวกับคำนี้มาเยอะแยะมากมายโดยเฉพาะซีเมนต์ที่เป็นของแข็งใช้ในงานก่อสร้าง แต่หารู้ไม่ว่าซีเมนต์เทียมนั้นจริงๆ แล้วมันถูกใช้มาอย่างยาวนานในผู้ป่วยโรคสมองนั่นเอง ซึ่งคือถ้าใครที่มีความจำเป็นที่จะต้องตัดกะโหลกบางส่วนออกไปก็จะทำการทดแทนด้วยการใส่ซีเมนต์เทียมเข้าไปแทน และในส่วนของการศัลยกรรมหน้าผากทางการแพทย์ก็ได้นำวิธีนี้มาใช้ร่วมด้วย โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะทำการผ่าตัดตามแนวคาดผมแล้วค่อยๆใส่เจ้าซีเมนต์เทียมเข้าไปในหน้าผากของเรา ผ่าตัดใส่ซีเมนต์เทียมไม่ใช้เวลานานเหมือนอย่างผ่าตัดเสริมซิลิโคน แต่วิธีนี้นั้นจะข้อเสียหลายอย่าง ตั้งแต่เรื่องการปรับผิวหน้าผากให้เรียบได้ยาก เกิดอาการบวมช้ำจากบาดแผลซึ่งผู้ที่ใช้วิธีนี้เกือบทุกรายมักจะเป็น แต่หลังๆมานี้วิธีนี้ส่วนใหญ่จะเป็นที่นิยมใช้เพื่อแก้งาน หรือใช้กับผู้ป่วยในอุบัติเหตุต่างๆ มากกว่าจะนำมาใช้ในเรื่องความสวยความงามค่ะ

            และแน่นอนค่ะว่ามันจะต้องมีผลข้างเคียงเกิดขึ้นแต่จะมากจะน้อยก็ขึ้นอยู่กับระเบียบวินัยและวิธีการดูแลรักษาของแต่ละคน  ถ้าหากใครที่สนใจจะทำการศัลยกรรมหน้าผากอย่าลืมไปศึกษารายละเอียดของการทำศัลยกรรมเสริมหน้าผากเพิ่มเติมหรือลองไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้วยตัวเองจะดีกว่านะคะ สาวๆอย่าลืมนะคะ อยากสวยด้วยการศัลยกรรมก็ต้องทนความเจ็บและต้องยอมรับผลที่จะตามมากันด้วยค่ะ แต่สิ่งที่จะได้คือความสวยและดูดี ซึ่งทุกท่านสามารถพิจารณาถึงความคุ้มค่าอีกครั้ง
 

ร่วมโหวตคะแนนให้เรื่องนี้ คะแนน 0.0 จาก 5 ผู้อ่าน 0 คน
HTML FOR SHARE ::
BB CODE FOR SHARE: